นั่งสมาธิครั้งต่อมา ผมก็เห็นดวงตะวัน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6เซนติเมตร สว่างเป็นกลมๆ สวยงามมาก ซึ่งผมก็นึกไม่ถึงว่า "มาได้ยังไง" บางครั้งดวงตะวันนั้นก็ขยายออกไปรอบๆตัวผม และแม้จะออกจากสมาธิแล้วผมก็ยังรู้สึกว่า ดวงตะวันก็ยังอยู่ในท้องอยู่ตลอดเวลา ผมมีความสุขมาก เหมือนมีเพื่อนใจมาอยู่ใกล้ๆ
อานุภาพหลวงปู่ เป็นเรื่องที่ผมได้ฟังมาจากเจ้าของเรื่องโดยตรง ตั้งแต่สมัยที่ผมยังเป็นหนุ่มอายุได้ประมาณ 30 ปี ช่วงนั้นผมได้ไปทำบุญที่วัดปากน้ำอยู่เป็นประจำเลยครับ
พอคิดอยากบวช ก็บังเอิญไปเห็นใบปลิวชวนบวชโครงการ 1 แสนรูปติดอยู่ที่ตลาด เลยเข้าไปถามที่วัดคุบอน ทางวัดก็แนะนำให้ไปที่วัดเวฬุวนารามครับ แล้วพระอาจารย์ก็ให้โทรไปคุยกับพี่ยาหยี ซึ่งต้องขอบคุณพี่ยาหยีมากๆครับ ที่ช่วยเดินเรื่องให้ทุกอย่างจนผมได้บวชสมปรารถนา แล้วผมก็ไม่ได้มาบวชคนเดียวนะครับ พี่ชายแท้ๆของผมก็มาบวชด้วย พรรษานี้โยมแม่เลยได้บุญคูณสองครับ
ฉันเคยอ่านเรื่องราว ของคุณยายอาจารย์จากหนังสือด้วยค่ะ ฉันรักเรื่องราวของคุณยาย กว่าที่ท่านจะได้รู้การนั่งสมาธิ ท่านได้มาด้วยความลำบาก ความรู้เรื่องสมาธิมีค่ามาก แต่เมื่อท่านรู้ท่านกลับเอามาเผยแผ่ให้กับทุกคนได้มีความสุข ฉันอยากเป็นอย่างคุณยาย และฉันก็คิดว่า ในโลกนี้ตอนนี้ไม่มีอะไรที่หลวงพ่อทำไม่ได้
การนั่งสมาธิไม่ได้ยากอย่างที่คิด หากทำอย่างถูกวิธีตามหลักวิชชา แม้จะต่างภาษาและความเชื่อ แต่สิ่งที่ได้รับจะเหมือนๆกัน นั่นคือความสุข
ครั้งที่ผมก็เห็นคนๆหนึ่งในท้อง แต่เขาหน้าตาเหมือนตัวผมกำลังนั่งสมาธิอยู่ แต่ตัวของผมที่เห็นนั้นใสเหมือน Crystal (แก้ว) ผมสามารถพบความสุขในตัวของผมได้ ผมรู้สึกดีมาก และรู้สึก ตกหลุมรักตัวเอง เพราะไปรักคนอื่นมันผิดหวัง แต่พอตกหลุมรักตัวเองที่สัมผัสจากภายใน เขาซึ่งไม่เคยทำร้ายหัวใจผมเลย ทำให้มีแต่ความสุขผมต้องการเป็นคนดีในทุกอิริยาบถ ในทุกสิ่งที่ทำ อยากเจอสิ่งดีๆ
ผมมีพระพี่ชายบวชอยู่ที่วัดพระธรรมกายด้วยนะครับ ท่านบวชเมื่อปี พ.ศ. 2556 ตอนนี้ท่านก็ยังบวชอยู่และรู้สึกว่าท่านตั้งใจจะบวชยาวด้วยครับตั้งแต่พระพี่ชายมาบวชก็ขยันชวนโยมแม่และผมให้เข้าวัดด้วยเมื่อวัน
น้องๆได้เรียนรู้หลักธรรม และวัฒนธรรมชาวพุทธ รักษาศีลแปด สวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น และฝึกสมาธิ นอกจากนี้ยังได้รับฟังธรรมะจากพระอาจารย์ และเรื่องที่บีบน้ำตาน้องๆมากที่สุดคือ “เรื่องพระคุณของพ่อแม่” ในช่วงนั้นเป็นบรรยากาศที่เหนือคำบรรยายค่ะ น้องๆซาบซึ้งกันมากจนร้องไห้ วันรุ่งเช้าตาบวมไปตามๆกันเลยค่ะ
พ่อหลวงพนมและเพื่อนๆ จึงร่วมกันตั้งชมรมหักดิบสูบบุหรี่ เริ่มจากเจ็ดคน ค่อยๆเพิ่มเป็น 28คน ที่ตั้งใจหักดิบตลอดชีวิต จึงมาแจ้งกับพระอาจารย์ หลังจากนั้น จึงได้จัดพิธีเผาบุหรี่ขึ้นในวันที่ 30 มกราคม พ.ศ.2553 ที่ผ่านมา ธรรมทายาทเขียนใบปวารณาหักดิบถวายพระอาจารย์ กล่าวคำปฏิญาณตนเลิกยุ่งเกี่ยวตลอดชีวิต และพร้อมใจกันเผาบุหรี่มหันตภัยร้ายจนสิ้นซาก